คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
หยุดความคิดที่จะยอมทำๆ ไปก่อนครับ
ถ้ายอมก้าวขาเข้าประตูเซ็นสัญญาไปแล้ว ครั้งหน้าน้องจะปฏิเสธยากกว่านี้อีก 10 เท่า วงการนี้เขาทำธุรกิจครับ เขาต้องการยอดและต้องการหาลูกทีม พี่คนนั้นเขาไม่ได้ใจดีออกค่าสอบ (ซึ่งก็ไม่กี่ร้อยบาท) เพราะเอ็นดูน้องหรอก เขาแค่มองเห็นว่าน้องคือเป้าหมายที่มีศักยภาพและมี connection ในครอบครัวต่างหาก
ถ้าน้องยอมส่งเอกสารสมัครงานเมื่อไหร่ เตรียมตัวโดนตามจิกให้เข้าประชุม เข้าอบรม แล้วสุดท้ายเขาก็จะกดดันให้น้องเริ่มขายให้คนรอบตัว ซึ่งก็คือพ่อแม่หรือเพื่อนๆ ของน้องนั่นแหละ
คราวนี้ความอึดอัดของจริงจะตามมาจนน้องไม่มีสมาธิทำวิทยานิพนธ์แน่ๆ เงินค่าสอบที่เขาออกให้มันเป็นเหยื่อล่อ อย่าเอาเวลาเรียนไปแลกครับ
วิธีแก้ตอนนี้คือตัดจบให้เร็วที่สุด ทักไปบอกเขาตรงๆ เลยครับว่ามานั่งเช็กรายละเอียดเอกสารกับเวลาอบรมแล้ว มันกระทบตารางเรียน ป.โท เต็มๆ ช่วงนี้อาจารย์เริ่มตามแล้วด้วย คงไม่สะดวกเซ็นสัญญาเข้าไปทำหน้าที่ตรงนี้จริงๆ กลัวจะทำระบบของบริษัทเสียหาย
ส่วนเงินค่าสอบที่พี่ออกให้ ขอเลขบัญชีหน่อยเดี๋ยวโอนคืนให้ พิมพ์ไปแบบนี้เลยครับ
เรื่องวิทยานิพนธ์ ถ้าเขาจะไม่ให้ข้อมูลเพราะน้องไม่ยอมสมัครทำงานด้วย ก็แค่ทางใครทางมันแล้วเปลี่ยนไปศึกษาบริษัทอื่นครับ มีบริษัทอีกตั้งเยอะแยะที่ยินดีให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา
อย่าเอาอนาคตและเวลาเรียนไปแลกกับความเกรงใจที่ไม่เข้าเรื่องเลยครับ เสียเวลาเปล่าๆ
ถ้ายอมก้าวขาเข้าประตูเซ็นสัญญาไปแล้ว ครั้งหน้าน้องจะปฏิเสธยากกว่านี้อีก 10 เท่า วงการนี้เขาทำธุรกิจครับ เขาต้องการยอดและต้องการหาลูกทีม พี่คนนั้นเขาไม่ได้ใจดีออกค่าสอบ (ซึ่งก็ไม่กี่ร้อยบาท) เพราะเอ็นดูน้องหรอก เขาแค่มองเห็นว่าน้องคือเป้าหมายที่มีศักยภาพและมี connection ในครอบครัวต่างหาก
ถ้าน้องยอมส่งเอกสารสมัครงานเมื่อไหร่ เตรียมตัวโดนตามจิกให้เข้าประชุม เข้าอบรม แล้วสุดท้ายเขาก็จะกดดันให้น้องเริ่มขายให้คนรอบตัว ซึ่งก็คือพ่อแม่หรือเพื่อนๆ ของน้องนั่นแหละ
คราวนี้ความอึดอัดของจริงจะตามมาจนน้องไม่มีสมาธิทำวิทยานิพนธ์แน่ๆ เงินค่าสอบที่เขาออกให้มันเป็นเหยื่อล่อ อย่าเอาเวลาเรียนไปแลกครับ
วิธีแก้ตอนนี้คือตัดจบให้เร็วที่สุด ทักไปบอกเขาตรงๆ เลยครับว่ามานั่งเช็กรายละเอียดเอกสารกับเวลาอบรมแล้ว มันกระทบตารางเรียน ป.โท เต็มๆ ช่วงนี้อาจารย์เริ่มตามแล้วด้วย คงไม่สะดวกเซ็นสัญญาเข้าไปทำหน้าที่ตรงนี้จริงๆ กลัวจะทำระบบของบริษัทเสียหาย
ส่วนเงินค่าสอบที่พี่ออกให้ ขอเลขบัญชีหน่อยเดี๋ยวโอนคืนให้ พิมพ์ไปแบบนี้เลยครับ
เรื่องวิทยานิพนธ์ ถ้าเขาจะไม่ให้ข้อมูลเพราะน้องไม่ยอมสมัครทำงานด้วย ก็แค่ทางใครทางมันแล้วเปลี่ยนไปศึกษาบริษัทอื่นครับ มีบริษัทอีกตั้งเยอะแยะที่ยินดีให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา
อย่าเอาอนาคตและเวลาเรียนไปแลกกับความเกรงใจที่ไม่เข้าเรื่องเลยครับ เสียเวลาเปล่าๆ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ตัวแทนประกันชีวิต (อาชีพ)
วิทยานิพนธ์
บริษัทประกันชีวิต
ปัญหาชีวิต
สังคมชาวพันทิป
ทำอย่างไรดีคะ
ทีนี้พ่อเราอายุ 60 แล้ว แต่เป็นคนเข้าสังคมเก่ง (น่าจะมีเพื่อนเพราะตามใจคนอื่น ไม่ค่อยเรื่องมากกับคนที่เขาอยากสนิทด้วย) มีเพื่อนสมัยมหาลัยของพ่อคนนึง ขายประกันและตามตื้อพ่อมานานเป็นระยะ จนพ่อตกลงซื้อ เพราะช่วงนี้ที่บ้านเราภาระเยอะ พ่อเริ่มสนใจ ก็ตกลงซื้อของเพื่อนผ่านลูกสาวเพื่อน อายุมากกว่าเรานิดหน่อยค่ะ และเราก็ได้รู้จักกับพี่เขาด้วย เพราะพ่อซื้อประกันให้ทุกคนในบ้านเลย เลยได้มีโอกาสคุย รู้สึกชอบพี่เขาค่ะ ดูอัธยาศัยดี ถึงจะรู้แหละว่าเขาทำไปเพราะงาน พอหลังจบการขาย พี่เขาก็เงียบหายไป แต่มีช่องทางโซเชี่ยลติดต่อกันค่ะ
ทีนี้ช่วงนี้เราต้องคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ทางด้านบริหารธุรกิจ แล้วรู้สึกสนใจศึกษาบริษัทประกันของพี่เขาค่ะ เลยติดต่อพี่เขาคร่าวๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดบริษัทเขาขนาดนั้นค่ะ เพราะอาจารย์ยังไม่ได้อนุมัติ
แต่กลับกลายเป็นว่าเราโดนพี่เขาชวนมางานอีเว้นต์ของบริษัท และรวบหัวรวบหาง พยายามจะให้เราสมัครสอบตัวแทนประกัน เราส่ายหน้าปฏิเสธแล้ว แต่เขาก็ตื้อ จนเรายอม ที่ยอมง่ายเพราะเขาเป็นคนรู้จักของพ่อ และเราก็อยากโฟกัสกับการเรียนมากกว่า เลยรู้สึกอึดอัดใจค่ะ แต่ก็ยอมสอบ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้เสียหาย และก็สนใจงานอยู่หน่อยๆ แค่ยังไม่ได้อยากทำในตอนนี้
ตอนนี้เราพึ่งสอบเสร็จ เหลือแค่ขั้นตอนการอบรมและส่งใบสมัครงาน เอกสารเยอะมาก จนเรารู้สึกว่าไม่ใช่ละ เพราะจุดประสงค์หลักคือเราแค่ต้องการทำวิจัย เลยมาสอบถามเบื้องต้นเพื่อส่งหัวข้อ ไม่มีคำไหนที่เราพูดว่าอยากสมัครงานเลย
เราควรทำอย่างไรคะ ระหว่างปฏิเสธไปเลย หรือยอมทำๆ ไปก่อน เพราะเราก็เกรงใจเขา เราไม่เสียเงินอะไรเลย แม้แต่ค่าสอบตัวแทน ซึ่งปกติเราต้องเสียเองค่ะ